ไทยยังไม่พบผู้ป่วยต้องสงสัย “อีโบลา” มาจากประเทศระบาด แต่พร้อมตรวจวิเคราะห์ทางแล็บ

กรมวิทย์ เผย ประเทศไทยยังไม่พบผู้ป่วยต้องสงสัยจากประเทศที่มี “อีโบลา” ระบาด แต่มีความพร้อมตรวจวิเคราะห์ทางห้องแล็บเพื่อยืนยันเชื้อ หลังพบการระบาดรอบใหม่ในคองโก

นพ.สุขุม กาญจนพิมาย อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวถึงสถานการณ์ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลาในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก ว่า จากการรายงานขององค์การอนามัยโลกพบผู้ป่วยสงสัยการติดเชื้อ 34 คน จำนวนนี้มีผู้เสียชีวิต 18 คน และมีผลยืนยันการติดเชื้อแล้ว 2 คน โรคติดเชื้อไวรัสอีโบลาเป็นโรคที่มีอาการรุนแรงและถึงแก่ชีวิต การระบาดครั้งนี้นับเป็นการระบาดครั้งที่ 9 ตั้งแต่พบการระบาดครั้งแรกเมื่อปี 2519 อาการของโรคนี้ในช่วงแรกมักมีอาการไข้ ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ อ่อนเพลีย ท้องเสีย อาเจียน ตาแดง ผื่นที่ผิวหนัง เมื่อมีอาการมากขึ้น ผู้ป่วยจะมีเลือดออกตามอวัยวะต่างๆ โดยเฉลี่ยอัตราการเสียชีวิตของผู้ที่ป่วยด้วยโรคนี้อยู่ที่ร้อยละ 50 เชื้อไวรัสนี้แพร่จากสัตว์ป่ามาสู่คน จากนั้นจึงแพร่ระบาด ไปยังชุมชน โดยการแพร่จากคนสู่คน โดยการสัมผัสโดยตรงกับเลือด หรือสารคัดหลั่งจากร่างกายผู้ป่วยที่มีอาการ

นพ.สุขุม กล่าวว่า สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ มีการเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์การระบาดของเชื้ออีโบลา โดยเฉพาะการตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการ ด้วยเทคนิคทางอณูชีววิทยาที่มีความไวและความจำเพาะสูง สามารถทราบผลภายใน 6 ชั่วโมง ช่วยให้การควบคุมโรคและการรักษาผู้ป่วยได้ทันเวลา มีห้องปฏิบัติการชีวนิรภัย ระดับ 3 Biosafety level 3 (BSL-3) laboratory สำหรับการปฏิบัติงานกับเชื้อที่ก่อให้เกิดโรคที่มีอันตรายถึงแก่ชีวิตที่ออกแบบพิเศษ ทำให้ความดันภายในห้องปฏิบัติการน้อยกว่าความดันภายนอก กรองอากาศเข้า – ออก เน้นการป้องกันการปนเปื้อนของเชื้อ ไม่ให้หลุดออกมาสู่สิ่งแวดล้อมภายนอก บุคลากรมีความพร้อมรับสถานการณ์การระบาดตลอด 24 ชั่วโมง ผู้ปฏิบัติงานในห้องปฏิบัติการชีวนิรภัย ระดับ 3 ผ่านการฝึกอบรมความปลอดภัยทางห้องปฏิบัติการและมีความชำนาญ ในการตรวจวิเคราะห์เป็นอย่างดี พนักงานยานพาหนะที่ทำหน้าที่ขนส่งตัวอย่างมาตรวจวิเคราะห์หาเชื้อไวรัสอีโบลา ก็ผ่านการฝึกอบรมเรื่องความปลอดภัย มีการสวมอุปกรณ์ป้องกันการติดเชื้อ และสามารถทำลายเชื้อหากเกิดการปนเปื้อน ระหว่างการขนส่ง

“หากพบผู้ป่วยสงสัยติดเชื้ออีโบลาในสถานพยาบาลให้ประสานสำนักระบาดวิทยา สำนักงานป้องกันและควบคุมโรคหรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด เพื่อสอบสวนโรคและวางแผนประสานกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ในการรับตัวอย่างส่งตรวจ ซึ่งสามารถดูรายละเอียดและคำแนะนำวิธีปฏิบัติในการตรวจวิเคราะห์และจัดการสิ่งส่งตรวจ จากผู้ป่วยสงสัยโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลาได้จากเว็บไซต์สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ http://nih.dmsc.moph.go.th/ebola/ebola.html อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีรายงานพบผู้ป่วยต้องสงสัที่เดินทางมาจากประเทศที่มีการระบาดแต่อย่างใด จึงยังไม่มีการตรวจเชื้ออีโบลา แต่หากพบการรายงานผู้ป่วยต้องสงสัย กรมฯ ก็พร้อมดำเนินการ” นพ.สุขุม กล่าว

ขอบคุณข่าวที่มีประโยชน์ และติดตามข่าวฉบับเต็มได้ที่ ผู้จัดการออนไลน์