กรมวิทย์ฯ พัฒนาการตรวจการปนปลอมในอาหารเสริม

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์พัฒนาการตรวจวิเคราะห์การปนปลอมยาแผนปัจจุบันในอาหารเสริมทราบผลภายใน 24 ชั่วโมง กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข พัฒนาศักยภาพการตรวจวิเคราะห์การปนปลอมของยาแผนปัจจุบันในอาหารให้ครอบคลุมชนิดของสารที่มีการนำมาใช้ ปัจจุบันได้ทำการตรวจวิเคราะห์ยาในกลุ่มที่จับตามองพิเศษ (priority watch list) 5 กลุ่ม

ได้แก่ กลุ่มยารักษาโรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศ กลุ่มยาลดความอ้วน กลุ่มยาระบาย กลุ่มยาสเตียรอยด์ และกลุ่มวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท รวมทั้งปรับขั้นตอนการดำเนินงานและระยะเวลาการตรวจ ให้รวดเร็วยิ่งขึ้น เพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภค อาหารที่มีการนำยาแผนปัจจุบันมาผสม จัดเป็นอาหารไม่บริสุทธิ์ และเป็นสิ่งผิดกฎหมาย กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ร่วมกับหน่วยงานอื่นๆ ได้ร่วมกันเฝ้าระวัง การปนปลอมยาแผนปัจจุบันในอาหารมาอย่างต่อเนื่อง โดยในปีงบประมาณ 2560 ได้ทำการตรวจวิเคราะห์อาหาร โดยแบ่งเป็น กาแฟสำเร็จรูปชนิดผง พบการปนปลอมของยาแผนปัจจุบันในอาหารเสริม ได้แก่ ไซบูทรามีนในกลุ่มยาลดความอ้วน ร้อยละ 3 ซิลเดนาฟิลในกลุ่มยารักษาโรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศ ร้อยละ 30 และตรวจพบเดกซาเมธาโซน ในกลุ่มยาสเตียรอยด์ ร้อยละ 8 ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร พบว่ามีการปนปลอมกลุ่มยาลดความอ้วน ร้อยละ 24 ซึ่งส่วนใหญ่ ตรวจพบไซบูทรามีน ออลิสแตท และยาผสมทั้งสองชนิดร่วมกัน และพบกลุ่มยารักษาโรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศ ร้อยละ 29 ส่วนใหญ่พบการปนปลอมซิลเดนาฟิล และเครื่องดื่ม ตรวจพบไซบูทรามีนในกลุ่มยาลดความอ้วน ร้อยละ 3 กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์มีการพัฒนาขยายศักยภาพการตรวจให้ครอบคลุมชนิดสารที่นำมาใช้และปัจจุบันได้ตรวจวิเคราะห์ยาในกลุ่มที่จับตามองพิเศษ (priority watch list) ทั้งสิ้น 5 กลุ่ม 16 ชนิด ได้แก่ กลุ่มยารักษาโรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศ (ซิลเดนาฟิล, ทาดาลาฟิล และวาร์เดนาฟิล) กลุ่มยาลดความอ้วน (เอฟีดรีน, ซูโดเอฟีดีน, ออลิสแตท, เฟนฟลูรามีน, เฟนเทอร์มีน, ฟูออกซิทีน และไซบูทรามีน) กลุ่มยาระบาย (ฟีนอล์ฟทาลีน)กลุ่มยาสเตียรอยด์ (เดกซาเมธาโซน และเพรดนิโซโลน) และกลุ่มวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท (อัลปราโซแลม, ไดอะซีแพม และลอราซีแพม) และปรับการดำเนินงานตรวจวิเคราะห์ยาแผนปัจจุบันปนปลอมในอาหารกรณีเร่งด่วน 1 ตัวอย่าง 1 รายการวิเคราะห์ สามารถรายงานผลภายใน 24 ชั่วโมง หรือ 1 วันทำการหลังจากรับตัวอย่างเข้าห้องปฏิบัติการ ในกรณีที่ตรวจไม่พบสารปนปลอม แต่หากตรวจพบจะต้องตรวจวิเคราะห์ยืนยันด้วยวิธี และเครื่องมือขั้นสูง สามารถรายงานผลได้ใน 2 วันทำการ ส่วนกรณีปกติ กำหนดระยะเวลาแล้วเสร็จภายใน 3 วันทำการ. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ thaihealth